โคลัมเบียชู "ดอยตุง" ต้นแบบศาสตร์พระราชาปรับสู้โคเคน

โคลัมเบียยก "ภูเขาตุง" ต้นแบบศาสตร์กษัตริย์ปรับสู้โคเคน

 

พล.ท.สรเสริญ แก้วเกิด โฏษกประจำนร เผยออกมาว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกฯ ยินดีที่ได้รับรู้ดีว่า ประเทศโคลัมเบียจะนำไปศาสตร์กษัตริย์ไปปรับใช้สำหรับในการจัดการกับปัญหาสิ่งเสพติดของตัวเอง โดยคณะผู้แทนระดับที่ค่อนข้างสูงของรัฐบาลโคลัมเบียได้เดินทางไปเรียนรู้ศึกษางานด้านการพัฒนาหนทางที่แผนการปรับปรุงภูเขาตุงและก็แผนการปลูกป่าสร้างคน รักษาต้นน้ำ ทุเลาน้ำท่วม จังหวัดจังหวัดเชียงราย ซึ่งช่วยเหลือการนำศาสตร์พระมหากษัตริย์ไปใช้สำหรับการขจัดปัญหาพื้นที่ปลูกพืชเสพติด

 

“โคลัมเบียเจอกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปลูกพืชวัวค้าง ซึ่งนำไปสกัดเป็นยาเสพติดที่เรียกว่าโคเคนกว่า 150,000 เฮกเตอร์ หรือราวๆ 900,000 ไร่ ก็เลยอยากนำวิถีทางต้นแบบของโครงงานปรับปรุงภูเขาตุงที่นำศาสตร์พระเจ้าแผ่นดินไปดัดแปลงปรับปรุงพื้นที่ โดยเปลี่ยนแปลงพื้นที่ปลูกพืชเสพติดให้เป็นหลักที่ป่าเศรษฐกิจ เกื้อหนุนให้คนประเทศไทยเทือกเขาแล้วก็ชนหมู่น้อยเปลี่ยนแปลงจากการปลูกฝิ่นเป็นพืชประเภทอื่น หรือดำรงชีพที่ช่วยสร้างรายได้ดีมากยิ่งกว่าและไม่ผิดกฎหมาย และสร้างเสริมจังหวะทางการเล่าเรียนยกฐานะคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น จนได้รับชื่นชมในระดับประเทศจากที่ทำการสารเสพติดและก็อาชญากรรมที่องค์การสหประชาชาติ (UNODC)”

 

นายกฯยังกล่าวเพราะว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การจัดการปัญหาสารเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องรีบดำเนินงานปรับปรุง โดยแปลงมุมมองใหม่ใช้การสาธารณสุขนำ ย้ำการดูแลรักษาสุขภาพผู้เจ็บป่วย คิดถึงสิทธิมนุษยชน และก็ควบคุมคนติดยาให้ดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยไม่สร้างความลำบากให้กับสังคม และทำแผนประชาชนเมืองพร้อมใจ สร้างหมู่บ้าน ชุมชนมั่นคงไม่มีอันตรายสิ่งเสพติด ขับเคลื่อนด้วยกลไกประชาชนเมือง ปฏิบัติการกับกรุ๊ปผู้ค้า ผู้สร้าง และก็โครงข่ายสารเสพติด และก็ปรับแก้ข้อบังคับสารเสพติดให้เหลือฉบับเดียว เพื่อมีการบังคับใช้ที่เชื่อมโยงคล้ายคลึงเป็นไปแนวทางเดียวกันและก็กำเนิดความสามารถสูงสุด

 

“รัฐบาลนำพาไปศาสตร์กษัตริย์เป็นหลักสำหรับเพื่อการดำเนินงาน แล้วก็เกื้อหนุนโครงงานปกป้องและก็แก้ปัญหาสิ่งเสพติดและก็กำจัดความยากไร้ทุกต้นแบบ รวมทั้งแผนการปรับปรุงภูเขาตุงที่หลายประเทศได้มาเล่าเรียนศึกษางานแล้วก็นำวิธีการดำเนินการไปปรับใช้ เป็นต้นว่า หมู่บ้านหย่องข่า สหภาพภรรยานมา จังหวัดบัลคห์ สาธารณรัฐอัฟกานิสถาน แล้วก็ จังหวัดอาเจะห์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ฯลฯ พร้อมด้วยเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับการจบปัญหาสารเสพติดในประเทศ ด้วยการไม่ข้องเกี่ยวกับสารเสพติดรวมทั้งแจ้งข้อมูลเค้าเงื่อนที่มีคุณประโยชน์แก่ข้าราชการ”